ค่า K ของหลอดไฟคืออะไรน๊าาา..?
สำหรับคนที่เคยไปซื้อหลอดไฟมาตกแต่งบ้านเอง
คงจะคุ้นเคยกับ ไฟ 3000K, ไฟ 4000K หรือ ไฟ 6500K
แล้วไฟแต่ละ K เนี่ยหน้าตาเป็นอย่างไร?


ค่า K (Kelvin) หรือ ค่าอุณหภูมิของแสง (Color Temperature)
ซึ่ง Kelvin คือ หน่วยวัดอุณหภูมิความร้อนอย่างหนึ่ง ถูกนำมาใช้ในการกำหนดค่าสีที่เกิดจากแสง
โดยระดับของเคลวินที่ต่างกัน จะทำให้เกิดอุณหภูมิของแสงและสีของแสงต่างกันออกไป ยิ่งอุณภูมิเคลวินสูงขึ้นจะทำให้แสงไฟออกไปทางสีฟ้า แต่ถ้าอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจะทำให้แสงไฟมีลักษณะออกไปทางสีส้ม
 
แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า Kelvin เท่าไหร่ถึงจะได้ค่าสีที่เราต้องการ..?
1. ช่วงของไฟที่ 6500K สีของแสงที่ได้จะเป็นสีขาว หรือที่เราเรียกกันว่า เดย์ไลท์ (Day Light) เป็นโทนแสงเดียวกับแสงกลางวัน ให้แสงสว่างสูง ออกไปในโทนสีฟ้า มองเห็นได้ชัด ให้ความรู้สึกสดใส กระฉับกระเฉง ตื่นตัว เหมาะสำหรับการทำงานเป็นหลัก เช่น ห้องทำงาน ออฟฟิศ สำนักงาน ห้องครัว มุมอ่านหนังสือ มุมทำงาน เป็นชนิดของสีของแสงหลอดไฟที่ได้รับความนิยมในการใช้งานมากที่สุด เนื่องด้วยคุณสมบัติที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน สามารถนำไปใช้ได้กับทุกๆ งาน
2. ช่วงของไฟที่ 4000K สีของแสงที่ได้จะเป็นสีขาวออกเหลือง หรือที่นิยมเรียกกันว่า คูลไวท์ (Cool White) ที่ผสมระหว่าง Daylight และ Warm white หากใครที่ต้องการแสงที่ไม่ขาวไปหรือส้มไป คูลไวท์อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกได้ดี นิยมกับงานตกแต่งภายใน เช่น ไฟซ่อน ไฟหลืบ ไฟตกแต่งร้านค้า สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานได้ทุกรูปแบบ ทั้งภายในและภายนอก ลดความอุ่นของแสงสีส้ม และลดความสว่างของแสงเดย์ไลท์ ทำให้เกิดความสมดุล ลักษณะเป็นแสงสีขาวนวลตา
3. ช่วงของไฟที่ 3000K สีของแสงที่ได้จะเป็นโทนแสงนวลตา หรือที่นิยมเรียกกันว่า วอร์มไวท์ (Warm White) เป็นสีโทนอุ่น ให้ความสว่างไม่มากนัก ออกสีส้มนวล เหมาะกับการใช้เพื่อประดับตกแต่ง แสงไฟที่ตกกระทบทำให้บริเวณพื้นที่นั้นๆ ดูสวยงาม เหมาะกับแสงภายในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือห้องที่ใช้ในการพักผ่อน ไม่เพียงแค่สร้างความอบอุ่นเท่านั้น แต่แสงชนิดวอร์มไวท์ ยังให้ความรู้สึกโรแมนติก ผ่อนคลายอีกด้วย สังเกตได้จากสถานที่พักผ่อน เช่น โรงแรม รีสอร์ทต่างๆ จึงนิยมใช้หลอดไฟชนิดนี้มาตกแต่งห้องพักมากขึ้น

หลังจากที่ได้เห็นตัวอย่างภาพเรื่องอุณภูมิสีของแสงแล้ว ก็คงจะไขข้อข้องใจในเรื่อง ค่า K ไปได้ ทางเลคิเซ่หวังว่าทุกคนจะได้นำความรู้เรื่อง ค่า K ไปใช้ในการเลือกซื้อหลอดไฟ ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์มากขึ้นนะคะ